คลื่นสมองต่ำ จิตใต้สำนึกเปิด

บ้านรักเนอร์สเซอรี่สคูลให้ความสำคัญกับบรรยากาศ

และวิถีชีวิตของเด็กเป็นอย่างมาก

เพราะการเรียนรู้ของเด็กอยู่ในวิถีชีวิตประจำวัน

ทุกวันเด็กๆจะได้รับการปรับคลื่นสมองให้ต่ำลง

และจิตใต้สำนึก (Subconscious) 

ซึ่งเป็นภาวะที่พร้อมต่อการเรียนรู้สิ่งดีงาม

 

   

 

จิตใต้สำนึก (Subconscious)  ควบคุมการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติในร่างกายของคนเรา

เพราะจิตใต้สำนึกบ่มเพาะบุคลิกภาพ  เป็นแหล่งพลังที่ไร้ขีดจำกัด  เป็นแหล่งสะสมแรงจูงใจ

เป็นที่เก็บความจำระดับลึก   ในเวลาเช้าเด็กๆจึงได้ทำกิจกรรมเพื่อให้จิตใต้สำนึกเปิด

การสร้างบรรยากาศคลื่นสมองต่ำเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้จิตใต้สำนึกเปิด

ในสมองของมนุษย์ประกอบด้วยเซลประสาทมากมาย  แต่ละเซลจะสร้างกระแสไฟฟ้าขึ้นมา

คลื่นสมองจะเปลี่ยนแปลงไปตามการเปลี่ยนแปลงของจิตใจ

 

 

หากเด็กมีความสุข คลื่นสมองของเด็กจะต่ำลง เด็กจะสงบ อารมณ์ดีและพร้อมต่อการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

ด้วยความรู้สึกอิ่มเอม เรียนรู้ได้ดี จำได้นานและจำได้เร็ว มีจินตนาการ

ในทางกลับกัน  หากคลื่นสมองสูง  เด็กจะวิ่งวนวุ่นวาย กระวนกระวายไม่อยู่นิ่ง โกรธง่าย

อารมณ์ไม่ดี  งอแง ขาดสมาธิ ขาดแรงจูงใจ เหนื่อยหน่ายเลื่อนลอย ร่างกายเสียสมดุล

 

 

 

กิจกรรมที่ช่วยพัฒนาคลื่นสมองต่ำ จิตใต้สำนึกเปิด 

กัลยาณมิตร  การกอด ชม พูดเล่าเรื่องสิ่งดีงาม  ครูจะชม กอด สบตาและทำให้เด็กรู้ถึงความปรารถนาดี

ซึ่งช่วยให้เด็กมีความภูมิใจในตนเอง  มีความมั่นใจใสนตนเองอันเป็นฐานสำคัญในการทำสิ่งต่างๆได้

รวมไปถึงการให้เด็กได้หัวเราะ  ดูสิ่งแวดล้อมที่สวยงามในบ้านรักเนอร์สเซอรี่สคูล ทั้งการตกแต่งสถานที่

และสวนที่มีต้นไม้หลากหลายชนิด 

 

ฟังนิทานที่ดีและอ่านหนังสือสำหรับเด็กที่ดี   เพื่อให้เด็กเหิดการปฏิสัมพันธ์กับครูและเพื่อน

รู้สึกเป็นมิตรและเปิดโลกเชื่อมความเป็นมิตรกับสิ่งต่างๆรอบตัวที่เด็กสัมผัสได้จากหนังสือ 

ทั้งยังช่วยให้เด็กได้รับค่านิยมดีงามจากหนังสือ

 

 

 

แสงจากธรรมชาติ  สีโทนอบอุ่นและโทนเย็น   เป็นสาเหตุหนึ่งที่บ้านรักเนอร์สเซอรี่สคูล

เลี่ยงการตกแต่งและใช้ของเล่นที่มีสีฉูดฉาดเพราะสีฉูดฉาดส่งผลต่ออารมณ์ของเด็ก

การใช้แสงจากธรรมชาติส่งผลดีต่อสมองมากที่สุด  จึงเลี่ยงการใช้แสงจากหลอดฟลูออเรสเซนต์

เพราะสีฉูดฉาดและแสงจ้าจากหลอดไฟทำให้คลื่นสมองสูง  

 

เสียงดัง-เบาสมดุล   เด็กมีโอกาสได้ทำกิจกรรมที่สงบและมีโอกาสที่จะตะโกนเพื่อส่งเสียงดังตามธรรมชาติของเด็ก

 

ฟังดนตรีที่ดี   บ้านรักเนอร์สเซอรี่สคูลใช้ดนตรีสอดคล้องกับการทำงานของสมองในกิจกรรมช่วงต่างๆ

ทั้งดนตรีที่มีความซับซ้อนของเสียงมากเพื่อกระตุ้นการส่งถ่ายข้อมูลในสมอง

และดนตรีที่มีคลื่นความถี่ต่ำเพื่อทำให้คลื่นสมองต่ำลง

 

ดื่มน้ำสม่ำเสมอ กินอาหารที่ดี  อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง จะทำให้เด็กสบายใจและนอนหลับ

เด็กที่กินอิ่ม ออกกำลังกายพอเพียง จะนอนหลับได้เองเมื่ออยู่ในบรรยากาศที่เอื้อต่อการนอนหลับ

 

มีอากาศดี กลิ่นสดชื่น  สมองของเด็กใช้ออกซิเจนประมาณ 1 ใน 4 ของออกซิเจนที่หายใจเข้าไป

ต้นไม้ในสวนและอากาศที่ถ่ายเทในห้องเรียน (ไม่ใช้เครื่องปรับอากาศ)  ทำให้อาคารไม่ร้อน

เด็กจึงได้อยู่กับอากาศบริสุทธิ์ตลอดวัน 

สวนได้รับการดูแลด้วยแนวคิดเกษตรอินทรีย์ซึ่งเด็กมีส่วนร่วมในการดูแล

 

 

ออกกำลังกาย  โยคะสมาธิ  หรือการภาวนากับบทเพลงในเวลาเช้า 

จะช่วยให้เด็กฝึกการควบคุมตนเองทั้งร่างกายและจิตใจ  ทำให้เด็กรู้จักสัมผัสความสุข

และรู้จักการมีสุขภาพแข็งแรง มีบุคลิกภาพดี ควบคุมอารมณ์ประสานกับความเข้าใจในธรรมชาติ

มีจิตใจละเอียดอ่อน ร่างกายยืดหยุ่น  ระบบต่างๆในร่างกายจะปรับเข้าสู่ภาวะสมดุล

คลื่นสมองลดความเร็วสู่ระดับแอลฟา สมองจึงพร้อมค่อการทำงานเต็มประสิทธิภาพ เป็นสมาธิ